เรียงร้อยด้วยหัวใจเทิดไท้12สิงหาวันแม่แห่งชาติ


เรียงด้วยหัวใจเทิดไท้12สิงหาคมวันแม่แห่งชาติ
‘เป็นภาระให้แก่ลูกทุกคนมาตั้งแต่เกิด’ นั่นเป็นความจริงที่เราไม่อาจปฎิเสธได้  ก็ลองคิดดูสิตั้งแต่เราเกิดมา ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย อยู่ดีๆผู้หญิงคนนี้ก็มาโอบอุ้ม ถูกเนื้อต้องตัวเรา ทั้งๆที่เราแหกปากร้องขับไล่ผู้หญิงคนนี้ขนาดไหน เธอก็ยังพยายามปลอบโยนเห่กลอมเราอยู่อย่างนั้น เป็นภาระให้เราจำใจเงียบยอมนอนดูดนมเธอจนหลับ      พอเราเริ่มเดินเตาะแตะ ตั้งไข่จะเดินไปไหนต่อไหนมั่งคุณเธอก็คอยเรียกหาเราอยู่อย่างนั้น  ‘มานี่ลูก มาหาแม่มาลูก อีกก้าวเดียวเอง’ไม่รู้เธอจะเรียกทำไมหนักหนา ไอ้เราก็เดินล้มลุกคลุกคลาน เป็นภาระที่จะต้องเดินไปเธอกอดเธอหอมซะอีก      โตขึ้นมาอีกนิด เราเริ่มกินข้าวได้ เธอก็เอาอะไรไม่รู้เละๆแยะๆมาบดให้เรากินไอ้เราก็จำยอมกิน แม่คุณก็ยิ้มปลื้ม คงนึกว่าเราอร่อยมากสินะทำไมไม่ลองมาทานดูมั่งล่ะ

ที่นี้พอเราเริ่มพูดจารู้เรื่องขึ้นมาหน่อย คราวนี้ยังไงล่ะ ผู้หญิงคนนี้กลับขับไล่ไสส่งเราให้ไปโรงเรียนซะอีก บางทีมีตีเราเข้าให้อีก ภาษาอะไรหนักหนาก็ไม่รู้ มาให้เราหัดอ่านหัดเรียน ลองคิดดูนะ ว่าหนึ่งสัปดาห์ต้องไปโรงเรียนตั้งห้าวัน มันเป็นภาระแก่เราหนักหนาแค่สักไหน      แต่พอถึงเวลาเราจะดูทีวีดูหนังสือการ์ตูน นอนขึ้นมาสักหน่อย ลองนึกย้อนไปสิใครกันเคี่ยวเข็ญให้เราไปนอนด้วย ตัวเองง่วงจะนอนคนเดียวก็ไม่ได้ด้วยนะต้องให้เราเข้าไปนอนเป็นเพื่อน      วันเวลาก็ผ่านไป เราโตขึ้นแต่แม่ก็ยังไม่ยอมโตตามเราสักที ลูกอยากทำผมทำเผ้าให้มันดูอินเทรนด์ดูทันสมัย ใครกันเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง พูดแล้วขนลุก ผู้หญิงคนนี้มีพัฒนาการที่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย      พอเราสำเร็จจบการศึกษาแล้วเป็นยังไง เธอร้องไห้ค่ะ เชื่อเถอะเธอร้องไห้ ถ้าเราไม่เห็นเธอ ก็แปลว่าเธอ แอบไปร้องไห้ มีอย่างที่ไหน เราคร่ำเคร่งร่ำเรียนมาแทบตายตัวเองเป็นคนเริ่มเรื่องแท้ๆ แล้วตัวเองดันแอบไปร้องไห้ซะงั้น       เรียนจบขอไปฉลองสำเร็จการศึกษากับพวกเพื่อนๆที่นอกบ้านก่อน ก็แหม เรียนจบทั้งที จะให้มานั่งดูผู้หญิงแก่ๆนั่งร้องไห้ทำไม่ล่ะ ใช่มั้ย        เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้ว ถึงคราวที่จะอยากมีแฟน คนโน้นก็ไม่ดีคนนี้ก็ไม่ดีคนนั้นก็เรื่องมาก ผมยาวมั่งล่ะดูไม่มีความรับผิดชอบมั่งล่ะ แม่..จะไปรู้เรื่องอะไรหรือว่า แม่เคยคบกับเขาเหรอ     ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นนะ แม่ยังอย่างจะรู้ไปถึงเรื่องอาชีพการงานของเราด้วยว่า เราอยากจะทำอะไรอยากเป็นอะไร         แม่คะ..แม่ไม่รู้สักเรื่องจะได้มั๊ย พวกเราอยากจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา อนาคตของเราขอให้เราตัดสินมันเอง แต่รับรองกับแม่ได้อย่างหนึ่ง  ว่า..เราจะไม่เป็นเหมือนแม่หรอก      จากวันที่เรารู้สึกว่าแม่เป็นภาระเวลาก็ร่วงเลยผ่านไปหลายปีแล้วสมควรที่เราจะมีครอบครัวเป็นของตัวเองสักที ว่าแล้วเราก็ย้ายออกจากบ้านแม่ เพื่อจะมายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง เหมือนที่แม่เคยพูดไง แต่..ทำไมแม่ต้องมายืนทำตาละห้อยด้วยล่ะ ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ห่างกันสักเท่าไร ใช้มือถือโทรหา.กันก็ได้นี่แม่      ถึงวันที่เรามีลูก แม่ก็ยังพยายามจะทำตัวเป็นภาระให้กับลูกเราด้วยเราบอกว่า ‘แม่ไม่ต้องหรอกเราเลี้ยงลูกเองได้ เด็กสมัยนี้ไม่เหมือนเด็กสมัยแม่แล้วนะ’      แม่อายุเกือบจะหกสิบปีแล้วไอค่อกๆ แค่กๆ ไม่ค่อยสบาย เราเองก็ไม่ค่อยมีเวลาไปดูแล ‘ก็งานมันรัดตัวจริงๆนะสิจะเอาเวลาไหนไปดูแล’     จวบจนกระทั่งวันหนึ่งคุณโทร.กลับไปที่บ้านแม่ แต่..ไม่มีคนรับสายแล้ว อย่าเพิ่งตกใจแม่อาจจะไปทำบุญฟังเทศฟังธรรมตามประสาคนแก่เป็นได้ ลองโทร.เข้าไปที่มือถือแม่ดูซิ…ไม่มีสัญณาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก…      เราอย่าเพิ่งด่วนสรุปมือถือแม่อาจจะแบตหมดก็ได้ผู้หญิงคนนี้เก่งจะตายเธอต้องไม่เป็นไรแน่ๆ คิดฟุ้งซ่านไปได้ยังไงแม่ต้องรอเรารอเราอยู่ที่เดิมนั่นแหละ ไปหาเมื่อไรแม่ก็ต้องเจอ ท่านมักจะมานั่งรอเราทุกที อย่างมากแก่ก็อาจจะงอนนิดๆหน่อยๆ พอแม่เห็นหลานตัวเล็กวิ่งเข่าไปกอดใจก็อ่อนแล้ว หลายวันผ่านไป ทำไมแม่ยังโทรกลับมาสักทีนะ      วันนี้วันหยุดเทศกาลสักที แวะไปหาแม่สักหน่อยดีกว่า ระหว่างทางที่คุณขับรถไป ลูกคุณซนเป็นลิงอยู่ข้างๆ ประโยคมากมายที่หลุดจากปากคุณล้วนแต่เป็นคำที่แม่คุณ เคยพูดกับคุณมาแล้วทั้งสิ้น คุณเพิ่งเคยสัมผัสได้ถึงภาพเก่าๆ มากมายที่ผู้หญิงคนนั้นทำ ภาพเก่าๆนั้น วิ่งวนอยู่ในหัวคุณ ช่างเถอะ.. เดี๋ยวเจอเธอแล้ว คุณจะสารภาพผิดแล้วทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น แล้วคุณก็ได้เจอเธอค่ะ เธอที่คุณรู้สึกว่าเป็นภาระให้กับคุณมาตั้งแต่เกิด      ผู้หญิงคนนั้นนอนตายในท่าที่รอคอยคุณมาตลอดชีวิต…     “ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าสักวันคนที่คุณรักก็ต้องจากคุณไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง อย่างที่ไม่มีวันกลับคืนมา แล้วใครคือคนที่คุณรักมากที่สุด?? แล้วคุณทำให้คนที่คุณรักมากที่สุดมีความสุขที่สุด แล้วหรือยัง….”

นางสาว จิราภา เศษภักดี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕/๑

Advertisements

เกี่ยวกับ barlee09

6 jan 1953
ข้อความนี้ถูกเขียนใน สาระน่ารู้ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s