เทคนิคการร่วมมือ


การฝึกการเขียนประจำสัปดาห์(Entry Journal)

รหัสวิชา 472 516 กลยุทธการพัฒนาหลักสูตรและการนำไปใช้

…………………………………….

เรียน  อาจารย์ ดร.ประเสริฐ  มงคล ที่เคารพ

อาจารย์ครับผมได้รับมอบหมายให้ศึกษาเกี่ยวกับ  Partners in Learning ผมอ่านเจอคำว่า  Group  Investigation ผมก็มาเปิดหนังสือ  รูปแบบและกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด เขียนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชรา  เล่าเรียนดี ในหัวข้อเรื่อง เทคนิคกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ (Group Investigation,GI )ผมไม่เคยเรียนรู้เลยผมจึงอ่านอย่างตั้งใจดังต่อไปนี้

เทคนิคกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้(Group  Investigation) การเรียนรู้แบบร่วมมือกัน เทคนิคกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ เป็นการศึกษาหาความรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ จัดเป็นเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือกันอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากเทคนิค STAD, TGT,TAI  และ NHT ชาแรนและชาแรน(Sharan and Sharan 1987) เทคนิค GI หรือเทคนิคการศึกษาหาความรู้แบบกลุ่มจะไม่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านความรู้และทักษะต่าง ๆ แต่จะไม่มุ่งเน้นให้นักเรียนศึกษาหาความรู้เป็นกลุ่มโดยละเอียดลึกซึ้งจากเรื่องของตนที่เคยสนใจเป็นหลักดังนั้นการเรียนรู้โดยเทคนิค GIนักเรียนจะเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการและวิธีการแสวงหาความรู้และข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่นหลักสูตรกำหนดให้เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ทั้งชั้นนักเรียนก็จะได้รับโอกาสที่เลือกศึกษาโดยละเอียดในหน่วยที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามสิงที่สำคัญคือ วิธีการที่นักเรียนจะได้มาซึ่งความรู้ รายละเอียดต่าง ๆเหล่านั้น มีหลายวิธี เช่นอาจได้มาด้วยการโดยการร่วมมือกันวิเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง จากวรรณกรรมประเภทต่าง ๆ  เป็นต้น โดยใช้การคิดอย่างมีเหตุผลเชิงตรรกะและการสังเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการแสวงหาความรู่แบบกลุ่ม(GI )แต่สำหรับเนื้อหาที่จะ ต้องเรียนรู้นั้น นักเรียนเป็นผู้เลือกตามความสนใจ

การสร้างสรรค์ของนักเรียนจากการศึกษาความรู้แบบกลุ่ม(GI)ขึ้นอยู่กับทักษะในการทำงานกลุ่มและกระบวนการกลุ่มของสมาชิกในกลุ่ม เนื่องจากเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือกันแบบอื่น ๆ สาระความรู้และทักษะที่เกิดขึ้นกับนักเรียนถูกกำหนดโดยครูกิจกรรมการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่กำหนดหรือที่คาดหวังไว้ งานที่กำหนดให้กลุ่มก็ต้องใช้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ในทางตรงกันข้าม ในการเรียนรู้แบบGI ผลสำเร็จขึ้นอยู่กับนักเรียน ว่านักเรียนแต่ละคนยอมรับฟังยอมรับกันและกัน สนับสนุนงานที่ทำร่วมกันอย่างไรให้ความสำคัญกับการชวยเหลือร่วมมือกันของทุกคนหรือไม่ เนื่องจากงานกลุ่มเป็นงานที่ละเอียดซับซ้อน ต้องทำงานหลายคน ดังนั้นเทคนิคการร่วมกันศึกษาหาความรู้แบบ GI จะประสบผลสำเร็จสูงสุด เมื่อนักเรียนในกลุ่มได้มีการฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีม แสดงความและความพึงพอใจที่จะทำงานเป็นกลุ่ม การพัฒนาทักษะกระบวนการกลุ่มให้เข้มแข็งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการวางแผนผลลัพท์ที่ต้องการ

ภายในกลุ่มร่วมศึกษาความรู้แบบGI  จะประกอบด้วยทีมงานที่ตั้งขึ้นจากความสนใจของแต่ละคนในแต่ละเรื่อง เช่นตัวอย่าง เทคนิค GI นำมาใช้กับการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา โดยให้ศึกษาสาเหตุของการปฏิวัติในอเมริกา ข้อแรกที่สุดนักเรียนอาจแบ่งกลุ่มระดมสมองกลุ่มละ 3-4 คน แต่ละกลุ่มจะสร้างคำถามต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกับการที่จะศึกษาเกี่ยวกับการปฏิวัติในสหรัฐอเมริกา และทั้งชั้นอาจคิดคำถาม(Inquiry Questions)มากมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะอ่าน อาจจะนำมาจำแนกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนั้นกลุ่มการเรียนรู้แบบ GIอาจจะเลือกลุ่มคำถามที่ตนเองสนใจ บทบาทหน้าที่ของครูก็คือแนะนำแหล่งข้อมูลที่สำคัญโยที่แต่ละกลุ่มที่ร่วมกันศึกษาและจะต้องมีความสามารถไม่แตกต่างกัน โดยประกอบด้วยคนเก่ง – ปานกลาง- อ่อน

หลังจากนั้นกลุ่มแต่ละกลุ่มจะร่วมกันพิจารณาคำถามต่าง ๆในกลุ่มที่ตนเองสนใจและเลือกประเด็นที่น่าจะศึกษากลุ่มจะกำหนดเป้าหมายของงานกลุ่ม แบ่งงานกันเองในกลุ่ม แล้วศึกษาเรื่องของตนที่ได้รับมอบหมาย เมื่อศึกษาได้ครบถ้วนแล้ว รวบรวมเสนอผลการศึกษาในชั้นเรียน สุดท้ายตัวแทนแต่ละทีมก็จะมาร่วมประชุมกันเพื่อพิจารณาว่ารายงานนั้นเป็นไปตามลำดับ มีการมอบหมายงานกันในแต่ละทีมเหมาะสมและการปฏิบัติงานกลุ่มเป็นอย่างไร

การประเมินผลการเรียนรู้แบบกลุ่มศึกษาหาความรู้ อาจจะดำเนินการโดยครูหรือร่วมกันกับนักเรียนที่เป็นตัวแทนกลุ่มสาระความรู้ที่ได้ประเมินนักเรียนก็มาจากเรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนเลือกศึกษาหรือนักเรียนนำเสนอนั่นเอง อาจจะวัดผลนักเรียนเป็นรายบุคคล จากพัฒนาการของนักเรียนทั้งชั้นรวมกันหรือจากเรื่องที่แต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการเรียนรู้โยใช้เทคนิคGIโดยที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนอาจเป็นไปได้หลายแบบการยกย่องผลงานกลุ่มจะแตกต่างจากเทคนิคอื่น ๆของการเรียนรู้แบบร่วมมือกันโดยที่การรายงานผลงานกลุ่มจะมาจากบุคคลที่มีส่วนร่วมในกิจกรรม

ขั้นตอนการสอนโยใช้เทคนิคการร่วมมือกันเรียนรู้แบบGI

1.การเลือกเรื่องที่สนใจ โดยปกติจะเป็นการนำเสนอสาระ เนื้อหา วัตถุประสงค์ ที่นักเรียนสามารถเลือก

ได้ตามความสนใจ เช่นอาจจะเสนอหัวเรื่องเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และพลเมืองของประเทศ เป็นต้น หลังจากนั้นครูอธิบายพอสังเขปเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เขียนบนกระดานให้นักเรียนจับคู่หรือเข้ากลุ่มเปรียบเทียบคำถามตนเองรวมกันเป็นรายการคำถามที่แตกต่างกันมากมายหลายข้อ ให้แต่ละกลุ่มอ่านรายการคำถามให้จำแนกคำถามเป็นเรื่อง ๆโดยครูคอยช่วยเหลือ เช่น ในกลุ่มประวัติศาสตร์อาจจะจัดกลุ่มต่าง ๆดังนี้ คือประเภทของงาน การสำรวจ สถาปัตยกรรม เครื่องแต่งกาย  อาหาร ศิลปะ เกม โรงเรียน และการกสิกรรม ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ก็จะเกี่ยวข้องและอยู่ในเรื่องที่จะนำเสนอตอนแรก

2.การจัดทีมเพื่อทำการศึกษาแบบกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ แต่ละทีมจะประกอบด้วยสมาชิก 4 คนหรือ 5 คนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันและมีความหลากหลายระหว่างสมาชิกในทีมดัวย   แต่บางเรื่องอาจไม่เป็นที่สนใจของนักเรียนเลยก็ได้ ครูอาจจะตัดเรื่องนั้นออก แต่ถ้ามีเรื่องใดที่สามารถศึกษาในเรื่องย่อยที่แตกต่างกัน เช่น ทีมแรกอาจจะอภิปรายกันเกี่ยวกับเรื่องที่เลือกอย่างกว้าง ไ และตอบคำถาม เช่น เขาต้องการศึกษาอะไรบ้างสมาชิกจะร่วมกันเขียนปัญหาที่เกี่ยวข้องกัน แล้วตัดสินใจว่าใครจะรับผิดชอบเรื่องใด อย่างไร เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เป็นต้น ขณะเดียวกันก็จะร่วมพิจารณาสื่อ ทรัพยากรที่มีประโยชน์ กำหนดเวลาที่ปฏิบัติให้เสร็จสิ้น แล้วพูดคุยเพื่อเสนอแผนปฏิบัติ

3.การดำเนินการศึกษาสำรวจเรื่องที่ได้เลือกแล้ว นักเรียนแต่ละคนจะปฏิบัติงานตามที่วางแผน โดยครูคอยช่วยเหลือในการรวบรวมข้อมูล ตัดสินใจพิจารณาประโยชน์ของข้อมูลร่วมกับสมาชิกในทีม บางครั้งครูอาจจะช่วยนักเรียนโดยการเตรียมใบงานให้ เข่น ทำแบบฟอร์มที่ประกอบด้วยประเด็นต่าง ๆ ให้นักเรียนก่อนดังตัวอย่าง

เรื่องที่ศึกษา/ปัญหาที่จะทำการสืบค้น

รายชื่อสมาชิกในกลุ่ม 1………………………….    2………………………….

3………………………..     4………………………….

เรื่องย่อยต่าง ๆ ตามหัวข้อเรื่องใหญ่ที่ทีมงานเลือก :

1…………………….

2…………………….

สื่อและแหล่งข้อมูลที่จำเป็น:

1…………………………………………….

2……………………………………………

ขอบข่ายงานหรือกิจกรรมของสมาชิกทีมแต่ละคน:

1…………………………………….

2……………………………..

3…………………………….

4.การเตรียมเสนอผลงาน นักเรียนจะเตรียมเสนอผลงานการศึกษาค้นคว้าหรือคำตอบของกลุ่มตนเองหน้าขั้นเรียน โยครูจะเป็นผู้ประสานงานการเสนอรายงานทั้งหมดทุกทีม สาชิกในทีมจะร่วมกันพิจารณาว่าจะเสนอรายงานอย่างไรบ้าง อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สมาชิกจะเลือกวิธีเสนองาน เตรียมสื่อที่เหมาะสม รวมทั้งการนำเสนอ แต่ละทีมควรร่วมกันกำหนดเกณฑ์การนำเสนอผลงานของทีมตนเองด้วย

5.การนำเสนอผลงานในชั้นเรียน นักเรียนจะเสนอรายงานจากผลการศึกษาของทีมตนเองให้ทุกคนในชั้น โยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องต่าง ๆ ที่ทีมอื่นได้ทำการศึกษา และกำลังจะนำเสนอผลงานหรือเสนอผลงานแล้วเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่ได้กำหนดร่วมกันโดยให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลย้อนกลับ

6.การประเมินผล การประเมินผลงานกลุ่มยึดเกณฑ์ที่เหมาะสมกับงานที่ให้เรียนรู้ เช่นงานที่ให้ทำ เน้นความรู้ความเข้าใจ ครูควรมีการทดสอบความรู้ความเข้าใจด้วย ข้อทดสอบที่อาจได้มาจากนักเรียนได้ร่วมกันออกข้อสอบ แล้วครูนำมาเลือกภายหลัง หรืออาจประเมินผลด้วยตนเอง หรือกลุ่มเพื่อน หรือดูจากผลงานที่แต่ละคนปฏิบัติ ที่สำคัญควรเป็นควรเป็นการพัฒนาความคิดระดับสูง( high-order-thinking)

สรุปคือ ในการจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ ในแบบกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ (Group  Investigation) การจัดทีมเพื่อร่วมกันเรียนรู้ที่จะประกอบด้วยสมาชิก 4-5 คน คละความสามารถแต่จัดทีมตามตามเรื่องที่สนใจเดียวกัน ครูต้องคอยเป็นผู้ประสานงาน ดูแลการปฏิบัติงานกลุ่มภายในห้องเรียนตลอดเวลา ช่วยในการกำหนดเรื่องย่อย ๆที่จะศึกษาให้กับนักเรียน ดูแลการนำเสนอผลงาน การร่วมกันให้กับข้อมูลย้อนกลับของผู้ฟัง ตลอดจนการแบ่งงาน แบ่งหน้าที่กันในแต่ละทีม ช่วยให้มีการเชื่อมโยงระหว่างเรื่องย่อย ๆกับเรื่องใหญ่ที่ทุกคนสนใจจะศึกษาที่สำคัญต้องประเมินผลการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ การทำงานเป็นกลุ่มตามความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ของต่องานในหน้าที่ของตน และหน้าที่ของตนที่มีต่อกลุ่ม กล่าวได้ว่า วิธีสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้(Cooperative Learning) ทุกเทคนิควิธีไม่เพียงแต่เป็นนวัตกรรมด้านการสอนด้วยวิธีของมันเอง แต่ยังเป็นการช่วยหรือเครื่องช่วยสำหรับครูที่ต้องการเปลี่ยนแปลงในด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนให้สอดคล้องเหมาะสมกับเป้าหมายและนโยบายด้านการศึกษาปัจจุบันดัวย

อาจารย์ครับผมอ่านเรื่องนี้แล้วก็จะนำเทคนิควิธีนี้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนโรงเรียนปิยะบุตร์ และผมจะนำเรื่องนี้ลงใน Barlee09’s blog เพื่อเผยแพร่ให้ผู้สนใจศึกษาและอ่านและนำเทคนิควิธีการไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป

ด้วยความเคารพอย่างสูง

นายมงคล  บาลี

รหัส 53254905

Advertisements

เกี่ยวกับ barlee09

6 jan 1953
ข้อความนี้ถูกเขียนใน สาระน่ารู้ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s