Entry Journal (หัวอกลูกครูใหญ่)


Entry Journal    การฝึกการ เขียนประจำสัปดาห์
ครั้งที่
6    (18 กรกฎาคม 2553)
วัย และวันที่มีคุณค่า
(ต่อ)   พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี

เสนอ
อาจารย์ ดร
.ประเสริฐ มงคล

โดย
นายมงคล บาลี   รหัส
53254905

รายงาน นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชากลยุทธการพัฒนาหลักสูตร
และการนำ ไปใช้ รหัสวิชา
472 516
ภาคเรียน ที่
1 ปีการ ศึกษา 2553

เรียน อาจารย์ ดร.ประเสริฐ มงคล ที่เคารพ

“อะไร จะเลวร้ายกว่าการเป็น

เด็กนักเรียนอ้วนเตี้ยและ

บ้า เรียนจนเบื่อ ข้อสำคัญคือ

มีพ่อเป็น อาจารย์ใหญ่ด้วย

หัว อกลูกครูใหญ่

โดย ริชาร์ด แฮริง

ผมอายุ 13 ปีตอนเดินโผเผเข้าประตูโรงเรียนคิงส์ออ ฟเวสเซกส์ในเมืองเชตตาร์ ประเทศอังกฤษผ่าน ป้ายประกาศอาจารย์ใหญ่ชื่อ ที. เค. แฮ ริง วท.บ. พ่อผมเองผมเลือกเรียน ที่นี่ ขณะที่พี่สาวซึ่งเจ๋งและเข้าสังคมเก่งกว่าผมยอมไปเรียนที่อื่นซึ่งไกลจาก บ้านราว 15 กิโลเมตร แตผมไม่อยากไปจากเพื่อนนักเรียนชั้นประถมและเชื่อว่าชีวิตในโรงเรียนใหม่คง ทำให้บุคคลิกผมเปลี่ยนไปอย่างมาก

แต่ใครจะไปรู้ ว่าผมเผชิญอะไรบ้างในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากต้องทนสายตาของเพื่อนร่วมโรงเรียนที่ถ้าไม่เคลือบแคลงก็จะเกลียดชัง ออกนอกหน้า สถานการณ์แบบนี้สร้างบาดแผลให้ทั้งร่างกายและจิตใจ เพียงไม่กี่ชั้วโมง ผลก็ได้ชื่อเล่นใหม่ว่า “ลูกครู”แค่นี้ก็เลวร้ายสุด ๆแล้ว

พ่อแม่ไม่ได้ ช่วยอะไรเลย กลับบังคับให้ผมแต่งชุดนักเรียเต็มยศไปโรงเรียนทุกวันผมไม่มีสิทธิ์สวม รองเท้าผ้าใบเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ แต่ต้องสวมรองเท้าหนังและถือกระเป๋าหนังสือเรียบร้อย จริงอยู่ ผมเลือกวิถีชีวิตแบบนี้เอง แต่พ่อแม่น่าจะหยุดผมที่ประตูตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน แล้วพูดว่า “เดี๋ยวเอากระเป๋าใบนี้ไปใช้ไม่ดีกว่าหรือลูก”ผมถูกบังคับให้ เข้าร่วมวงโยธวาทิตของโรงเรียน ดังนั้น จึงต้องเดินลากกระเป๋าใส่ทรัมเป็ตไปรอบ ๆ โรงเรียน เกือบทุกวันจนกลายเป็นตัวตลกที่สุดในสายตาของเพื่อนพูดตรง ๆ ผมเคยถูกเพื่อนล้อเลียนและรักแกหนักยิ่งกว่านี้แน่ ถ้าทุกคนไม่ฉุกคิว่าว่าขืนเล่นแรงจนเผลอชกต่อยลูกอาจารย์ใหญ่รับรองว่าจะ ต้องเจอปัญหาหนักเป็นสองเท่า แต่ชีวิตในโรงเรียนก็มีความทรงจำอันหน้าเสร้าใจจนได้ ผมโทษพ่อคนเดียวที่ทำให้ลูกกลายเป็นชายโสตวัย 41 กลัวการออกสังคม และล้มเหลวกับผู้หญิงคนแล้วคนเล่า

ตัวอย่างเช่น วันวันเลือกหัวหน้าทีมสำหรับทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่เรื่องกีฬา ความจริงแล้วไม่ใช่ตำแหน่งอันทรงเกียรติอะไรนักหนาแต่ผมก็ลงสมัครเพราะอยาก เอาชนะคู่แข่งทางการเรียนคนสำคัญคือ สตีฟ ชีค

ผมเป็นรอง เพื่อนคนนี้ทุกวิชา ยกเว้นคณิตศาสตร์กับประวัติศาสตร์ ผมไม่เพียงจำรายละเอียดของวัยช่วงนี้ได้เท่านั้น แต่ก็จะพูดอย่างเปิดเผยทุกดครั้งที่มีโอกาส ความจริงสตีฟมีตำแหน่งหัวหน้านักเรียนอยู่แล้วและเนื่องจากคนชอบแหวกกฎเกณฑ์ จึงเป็นที่ชื่นชมของเพื่อนร่วมชั้น ส่วนผมเป็นลูกอาจารย์ใหญ่ แต่งกายถูกระเบียบครบ ฉะนั้น ผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรก็น่าจะคาดเดาได้ไม่ยาก

ระหว่างเพื่อน ๆ ออกเสียงว่าใครสมควรจะเป็นผู้นำด้านกิจกรรม ครูให้ผู้สมัครทั้งสองออกไปรอนอกห้องประชุม แต่ยังได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้นในนั้น

ครูถามว่า “ใครเลือกชีค”     ผมเพิ่งรู้ว่า ถ้า 300 คนยกมือขึ้น พร้อมกันด้วยความกระตือรือร้นเต็มที่จะมีเสียงดังพรึบ

“ใครเลือกแฮริง”

ผมเพิ่งรู้เช่น กันว่า ถ้าสามคนยกมือขึ้นไม่พร้อมกันด้วยอาการอิดออดก็มีเสียงเหมือนกัน นั่นคือเสียงหัวเราะแบบไม่ปิดบังของเพื่อนนักเรียนทั้ง 300 คน ผมเดินกลับไปในห้องประชุมด้วยหัวใจร้าวราน ผมตกเป็นที่สองอีกแล้ว จนแล้วจนรอดก็สามารถเอาชนะสตีฟไม่ได้ซักที

โชคดีที่ผมไม่ เจอหน้าพ่อที่โรงเรียนบ่อยนัก พ่อให้รองอาจารย์ใหญ่ใช้อำนาจในฐานะฝ่ายปกครองอย่างเต็มที่ ส่วนตัวเองทำหน้าที่ผู้คุมกฎสูงสุด นักเรียนจะเห็นพ่อตอนประชุมใหญ่หรือเกิดปัญหาร้ายแรง ยกเว้นวันขึ้นสวรรค์ของพระเยซู ครูและนักเรียนทุกคนไปรวมตัวกันที่สวนประจำโบสถ์และเวลานั้น อาจารย์ ที.เค. ยืนตระหง่าน อยู่ด้านหน้าแล้วประกาศว่า “ก่อนที่เราจะได้ฟังเพลงเพราะจากเครื่องสาย ขอให้ทุกคนยืนสงบนิ่งเป็นเวลาหนึ่งนาที”

ทุกคนก้มศีรษะ ลงพร้อมกับเงียบเสียง ทันใดนั้น ผมรู้สึกอยากหัวเราะดังๆ หลังกลั้นไว้ได้สองสามอึดใจ ผมต้องอ้าปากเพื่อปล่อยเสียงเรอออกมา ผมคงตั้งใจว่าจะค่อย ๆปล่อยลมออกมาเป็นช่วง ๆแต่ปรากฎว่าลมในท้องทั้งหมดพุ่งพรวดด้วยเสียงกัมปนาท แน่นอนที่สุด เสียงเรอวันนั้นดังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ประชุมเงียบ กริบชั่วอึดใจก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะหอย่างเต็มที่ อาจารย์ใหญ่โกรธจัดด้วยใบหน้าแดงก่ำ แค่ นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าผมเป็นตัวป่วนทำลายพิธีสงบนิ่งดันศักดิ์สิทธ์

พ่อควรจะทำ อย่างไรดี ปล่อยให้ผมลอยนวลเพราะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข หรือลงโทษให้หนักเป็นสองเท่าเพื่อแสดงว่าพ่อเทิดทูนความยุติธรรมแค่ใหน พ่อเลือกสะกดความโกรธไว้และเอาหูนาเอาตาไปไร่ กลับบ้านตอนเย็นก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

ตอนนั้น ผมคิดว่าพ่ออ่อนแอมาก แต่ทุกวันนี้ พูดอย่างไม่อายเลยว่าเพิ่งจะเข้าใจพ่อและเริ่มมองทุกอย่างจากมุมมองของพ่อ ผมคร่ำครวญมาตลอดชีวิตว่าเกิดมาเป็นลูกอาจารย์ใหญ่ต้องชอกช้ำแสนสาหัส แต่ไม่เคยคิดมุมกลับว่าพ่อจะวางตัวลำบากแค่ไหนที่มีลูกชายเรียนอยู่ใน โรงเรียนที่ตนรับผิดชอบอยู่ ถ้าวันนั้นพ่อจับตัวผมมาเฆี่ยนต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน บาดแผลทางใจของผมคงกว้างลึกกว่าเดิม ผมว่าเราทุกคนคงเคยทำให้พ่อแม่ตกอยู่ใน

สภาพ กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกแบบนี้มาแล้ว ไม่ว่าพ่อจะแก้ปัญหาอย่างไร เราก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ดีกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่หายร้าวราน

ถ้าผมปากตรง กับใจ ก็ต้องยอมรับว่าการมีพ่อเป็นครูใหญ่ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญนักสำหรับ ชีวิตผม เมื่อเทียบกับเด็กอื่น ผมเป็นแค่เด็กน่ารำคาญที่ทำให้คนรอบข้างหัวเราะ ผมอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุห้าขวบ และถ้าพ่อไม่ได้เป็นพ่ออย่างที่เป็นอยู่ผมคงต้องเลิกล้มความฝันนี้ไปแน่ ๆ

ทุกครั้งที่พบ เพื่อเก่าสมัยมัธยม ทุกคนจะถามถึงพ่อเป็นอันดับแรก “พ่อของคุณสบายดีหรือเปล่า” ทุกคนรักพ่อมาก พ่อเป็นอาจารย์ที่ทุกคนชื่นชอบที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียน พ่อรักความเป็นธรรม ชอบช่วยเหลือสังคมและอยากเห็นนักเรียนประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้าเพื่อนนักเรียนไม่ชอบขี้หน้าผม สาเหตุใหญ่ไม่ได้มาจากพ่อ ตรงกันข้าม ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อ วันนั้นผมคงไม่ได้แม้แต่คะแนนเดียว แต่กว่าจะเข้าใจความจริงนี้ก็เนิ่นนานถึง 25 ปี

ผมเพิ่งรู้ว่า พ่อเป็นผู้ชายที่วิเศษมาก ซึ่งมีอิทธิพลต่อนักเรียนรุ่นแล้วรุ่นเล่าและผมภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูก อาจารย์ใหญ่

………………………………………..

จากหนังสือ Readers Digest สรรสาระ เดือน พฤษภาคม 2552 หน้า 88-91

จากบทความนี้มีความคิดเห็นดังนี้

1.ความแตกต่างของ ความคิดของคนในช่วงอายุ 13 ปี และอายุ 25 ปี

2.จะเห็นได้ว่าคน เราต้องมีการแข่งขันกันและพยายามที่จะให้เป็นที่หนึ่งให้จงได้

3.ความคิดของ ผู้ใหญ่(พ่อ)ค่อนข้างจะรอบคอบและสุขุมและมอง ไกล แต่ก็ใส่ใจในลูก และลูกศิษย์เสมออย่างเสมอภาค

4.สถานการณ์หรือ เหตุการณ์ต่าง ๆที่เกิดขึ้นสอนให้เด็กได้แก้ปัญหา คิดเป็น และคิดอย่างมีเหตุผล

5.การที่นักเรียน ได้ถามถึงครูนั่นแสดงถึงความรักความกตัญญูที่ลูกศิษย์มีต่อครูอาจารย์

6.จะเห็นว่ามีการ เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงของนักเรียน

7.จะเห็นการ แสดงออกด้านประชาธิปไตย

Advertisements

เกี่ยวกับ barlee09

6 jan 1953
ข้อความนี้ถูกเขียนใน สาระน่ารู้ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s